logo-new

 2019-11-15 13:39:00   คนึงนิจ


Responsive image
Responsive image
Responsive image

‘เปิดใจศิษย์เก่าสวนสุนันทา ผู้พิชิตโทอิคได้ 985 คะแนน’

Responsive image

การสอบโทอิค (TOEIC) หรือชื่อเต็มคือ Test of English for International Communication เป็นการสอบวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษทั่วไป  มักเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่องค์กร และบริษัทชั้นนำต้องการ สำหรับการทำข้อสอบโทอิคให้ได้คะแนนสูงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเหมือนกันถ้าทุกคนมีความมุ่งมั่น ขยัน อดทน และหมั่นฝึกฝนตนเองเป็นประจำทุกวัน สุดท้ายสิ่งที่ตนเองได้พยายามมาตลอดนั้นจะย้อนกลับเป็นความสำเร็จในชีวิต ดังเช่นศิษย์เก่าจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นายเจษฎา เพ็งบุญ หรือพี่เจษ ซึ่งเคยสอบโทอิคได้คะแนนสูงถึง 985 คะแนน

Responsive image

 ก่อนที่จะเข้าเรื่องหลัก เราจะมาทำความรู้จักกันก่อนว่าพี่เจษจบจากที่ไหน? ปัจจุบันทำงานอะไร?

“…พี่ชื่อ เจษฎา เพ็งบุญ ครับ ชื่อเล่น เจษครับ เคยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คณะครุศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ตอนนี้จบมาได้เกือบปีแล้ว ปัจจุบันทำงานอยู่ฝ่ายประสานงานต่างประเทศ ที่กรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการครับ…”

เมื่อทำความรู้จักพี่เจษกันแล้ว ต่อไปเราจะมาถามถึงเรื่องการสอบโทอิคกันว่า พี่เจษมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนเข้าสอบ แล้วข้อสอบโทอิคนั้นมีความยากง่ายอย่างไร? เป็นข้อสอบรูปแบบไหน?

“…เคยสอบโทอิคมาสองครั้งนะครับ ครั้งแรกคือไปสอบเพราะต้องใช้ด่วนเลยไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก รู้ว่าต้องใช้คะแนนในการสมัครงาน เลยโทรจอง ละวันต่อไปก็ไปสอบเลย แต่ก่อนจะไปก็มีศึกษาระเบียบในการทำข้อสอบ การเข้าห้องสอบ ละก็ดูว่าเขามีเวลาให้เรากี่นาที ละก็มีนั่งดูตัวอย่างข้อสอบไปบ้างนิดหน่อยครับ แต่ว่าด้วยความที่อยู่ไกล เลยต้องตื่นเช้า พอไปสอบก็ทำได้ไม่เต็มที่เพราะง่วง ไม่ค่อยมีสมาธิ คะแนนก็ได้ไม่เท่าที่ต้องการ พอมารอบที่สอง ก็เลยเตรียมตัวมากขึ้น ซ้อมทำข้อสอบเป็นชุด ๆ 5วัน วันละชุด พร้อมจับเวลาครับ ตอนแรก ๆ จะให้เวลาเต็มตามสอบจริง แต่พอหลัง ๆ ก็จะลดเวลาลงไป 15 – 25 นาที ครับ เพราะตอนทำถ้ามีเวลาเหลือก็จะได้ตรวจสอบคำตอบ ความเรียบร้อยได้ เพราะรอบแรกคือมันก็ทำได้ แต่พอลืมเรื่องเวลา กลายเป็นว่าจะฝนคำตอบมั่ว ยังไม่มีเวลาจะมั่วเลยอะครับ เพราะลืมนึกถึงเรื่องการบริหารเวลา รอบนี้ก็เลยจะเตรียมตัวเน้นเรื่องเวลาเป็นพิเศษ…”

“…ข้อสอบก็แบ่งเป็นสองส่วนครับ พาทฟังกับพาทอ่าน พาร์ทฟังจะมีตั้งแต่แบบง่ายสุดคือดูภาพละฟังว่าเสียงของช้อยส์ไหนมันตรงกับภาพ ละก็จะไล่ความยากไปเรื่อย ๆ ไปเป็นฟังคนสองคนคุยกันที่มีทั้งแบบสั้นและแบบยาว พาร์ทอ่านก็เหมือนกันครับ แรก ๆ ก็จะเป็นเลือกคำตอบเกี่ยวกับหลักไวยากรณ์ เหมือนข้อสอบภาษาอังกฤษทั่วๆไป ยากสุดก็จะเป็นอ่านเนื้อเรื่องที่ทั้งยาว และมีหลายข้อ…”